คติธรรมนำชีวิต

0
1702

ภายใต้ดวงอาทิตย์ไม่มีการสูญเสียใดๆ.? แค่เดี๋ยว…! คำเดียวก็สายเกินไป

  • คนที่ไม่รักษาเวลาคือ “คนฆ่าตัวเอง??เพราะเวลาคือ ชีวิต”
  • อายุที่เราได้นั้นคือชีวิตที่เราสูญเสียไป ถ้าหากรู้จักใช้เวลาให้เป็น ชีวิตจะมีค่ามากกว่านี้
  • ทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่ใช้ต่างกัน บางคนทำเวลาให้มีค่า บางคนฆ่าเวลาให้หมดไป
  • เสียเงินทองไม่เป็นปัญหา ไม่เท่ากับเสียเวลาและเสียใจ เสียอะไรก็เสียไปแต่อย่าเสียใจ
  • เวลาไม่ได้ทำให้คนเสียคน? คนต่างหากที่ทำให้เสียเวลา
  • จงพอใจในชีวิตของตัวเอง โดยไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับชีวิตของคนอื่น
  • ถ้าทำตัวแข่งกับสังคม? ความล่มจมจะตามมา ถ้าทำตัวแข่งกับเวลา ทรัพย์สินจะตามมา
  • ยินดีในสิ่งที่ตนได้ ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนที่อาภัพอับโชคที่สุด
  • ร้อยบาทของเรา ดีกว่าล้านบาทของเขา ล้านบาทของเขาถ้าเป็นของเราก็ดีเหมือนกัน
  • มัวเมาในสิ่งที่ตนได้ หลงใหลในสิ่งที่ตนมีคือ การสร้างเรือนจำขังตัวเอง เราไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรอย่างแท้จริง มีก็เหมือนไม่มี มีอยู่แต่ไม่มีจริง มีทุกอย่าง แต่ไม่มีอะไรสักอย่างอยู่ในใจ
  • ความดีให้ความอิ่มใจในเบื้องหลัง ให้ความสมหวังในเบื้องหน้า
  • ประดับกายด้วยความดี มีราศีกว่าประดับเพชร เงินทองเป็นอาภรณ์ประดับเรือนกาย
  • ถ้าอยากเป็นคนสบาย? อย่าเบื่อหน่ายความเพียร
  • ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ อย่าขาดความยุติธรรม
  • ถ้าเห็นแก่ได้จะเสียใจในภายหลัง ถ้าเห็นแก่กินจะถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม
  • ความสุขโลกีย์มีได้ชั่วคราว? ความสุขยืนยาวต้องปฏิบัติธรรม
  • ถ้าไม่อยากผิดหวัง ให้ระวังอย่าโลภ… หวังมากก็ผิดหวังมาก
  • ชีวิตที่ยุ่งยากเพราะมีความอยากได้มากเกินไป ชีวิตที่แสนสบายอะไรๆ ก็ได้
  • ถ้าสบายเมื่อหนุ่ม จะกลุ้มใจเมื่อแก่ ถ้าหวังแต่ความสนุกจะพบกับความทุกข์อย่างมหันต์
  • ไม่หลงของเก่า ไม่เม่าของใหม่คือ หัวใจของการพัฒนา
  • ตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม สร้างค่านิยมที่ให้โทษ ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน
  • ถ้าทำงานเพื่อเห็นแก่หน้าจะพบปัญหาเรื่อยไป คนเกียจคร้านไม่ทำงานคือ คนพิการสากล
  • ถ้ากลัวเกินไปจะทำอะไรไม่สำเร็จ ถ้ากล้าจนเกินงาม จะพบกับความเดือดร้อน
  • ถ้าขาดความพอดีจะเป็นหนี้ตลอดกาล ถ้าขาดความยั้งคิด ชีวิตจะหมดความหมาย
  • ถ้าพูดโดยไม่คิดเท่ากับพ่นพิษใส่คนอื่น ฟังมากได้ปัญญา ไม่ระวังวาจาได้โทษ
  • ความรัก เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นระหว่างหัวใจ ใจที่ไม่ต้องการเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น? และก็ไม่ต้องการบุคคลที่สามรับรู้ด้วย
  • ความรัก ที่ต่ำช้าของร่างกายนั้นมันมีปีก? และจะบินหนีไปเมื่อความเป็นหนุ่มเป็นสาวนั้นสิ้นสุดลง รักชนิดนี้เป็นเหยื่อของตัณหา
  • ความรัก คือความกระวนกระวายใจของดวงจิตที่ได้ประสบอารมณ์กับสิ่งที่ตัวเองต้องการ? และติดแน่นอยู่ในอารมณ์?? ความรักเป็นสัญชาติญาณที่ไม่มีเหตุผล
  • ความเมตตา เป็นคุณธรรมในดวงจิตที่ละเอียดอ่อนละมุนละไมปราศจากความเร่าร้อนดิ้นรน? เป็นดวงจิตที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีต่อผู้อื่นและลงท้ายด้วยการ??????? วางเฉย? เมื่อถึงคราวจำเป็นและสุดวิสัย
  • ความรัก ย่อมแฝงอยู่ด้วยความเร่าร้อน? ดิ้นรนจะช่วยเหลือเขาทั้งในเวลาสุขและทุกข์??ความรักจะเพลิดเพลินเมื่อสมหวังและสมรัก? จะเศร้าโศกทุกข์ร้อนเมื่อพลาดหวัง
  • ความรัก ทั้งสมหวังและผิดหวังย่อมเกิดความกระวนกระวาย???กระทบกระทั่งแก่ดวงจิตในสัดส่วนที่เท่ากัน? มันวุ่นวายเท่ากัน? แตกต่างกันแต่เพียงว่า??? “ความสมหวังเป็นความวุ่นวายที่เราต้องการ?? ?”แต่ความผิดหวังเป็นความวุ่นวายที่เราไม่ต้องการ” ความรักทำให้ดวงจิตดิ้นรนที่จะได้และหวงแหน??ก่อให้เกิดความริษยา? ส่วนความชังก่อให้เกิดความวุ่นวายในทางผลัก ทำให้เกิดโทสะและพยาบาท สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความทุกข์เช่นเดียวกัน
  • ความรัก ของหนุ่มสาวที่ยั่งยืนสูงส่ง มั่นคงเป็นทิพย์เสมอก็คือ? “ความรักที่ไม่สมหวัง ไม่สมความปรารถนา? โดยที่ทั้งสองยังรักกันอยู่? แต่มีอุปสรรคไม่ให้เข้าใกล้ชิดสนิทสนมกันได้? ไม่ล่วงเกินกัน” ความรักอย่างนี้แหละสูงส่งละเมียดละไมนัก? แต่พอสมหวังแต่งงานกันแล้วก็เป็นธรรมดาไป คนที่รักกันอย่างดูดดื่ม? มักถูกชักพาให้พบกันชาติแล้วชาติเล่า……

คิดได้แต่ห้ามพูด! พูดได้แต่อย่าให้ดัง!

๑. มีเวรกรรมอะไร ข้าพเจ้าขอชดใช้ทั้งหมด (แน่ใจหรือว่าใช้หมด?)
๒. ขอเกิดเป็นชาติสุดท้าย จะไม่เกิดอีกแล้ว (คิดจะหนีหนี้หรือ?)
๓. ชีวิตนี้เราไม่ต้องการอะไร ไม่เอาอะไร (แขน ขา ตับ ไต ทรัพย์สมบัติ ฯลฯที่มี แกไม่เอาไม่ต้องการใช่ไหม…! ระวังมารจะเอาไปหมด….)
๔. เราเป็นคนไม่ดี-ทำไม่ได้-เราไม่สบาย (จุดไฟเผาตัวเอง)
๕. ไม่พูดให้ผู้อื่น ท้อแท้ ท้อถอยคลายความเพียร (บั่นทอนสุขภาพจิต)
๖. ไม่ตัดสิน ชี้ชัด ฟันธง ดีชั่ว ถูกผิด (แล้วจะเสียใจในภายหลัง)
๗. ถ้าไม่จำเป็นอย่าพูดว่า จะทำสิ่งนั้น ให้สิ่งนี้กับใครๆ (ถ้าทำไม่ได้มันจะ เป็นหนี้บุญ ติดค้างใจ )
การปฏิบัติธรรมคือการเรียนรู้ตัวเอง-เข้าใจตัวเอง-ดูแลตัวเอง-เอาใจใส่ตัวเอง-และทำตัวเองให้หมดไป !

สติ คือความไม่ผิด ไม่พลาด ไม่พลั้ง ไม่เผลอไม่หลงลืม !
สัมปชัญญะ คือ รู้ถูก รู้ผิด รู้ดี รู้ชั่ว !
คนชั่วในโลกนี้ไม่มีหรอก มีแต่คนไม่ถูกใจฉัน! ทำดีแค่ไหน ถ้าไม่ถูกใจเขา มันก็เลว
เลวแสนเลวแค่ไหน ถ้าฉันรักฉันพอใจ มันก็ดี
คนขี้อิจฉา จิตใจคับแคบ จะเป็นโรคเส้นเลือดอุดตัน ปลายประสาทเสื่อม ความจำเสื่อม
คนวิตกกังวล ย้ำทำย้ำคิด การขับถ่ายบกพร่อง
คนขี้โกรธ จะเป็นโรคตาพร่าตามัวตาเป็นต้อ โรคปอด แน่นหน้าอก ไตพิการ สมองเสื่อม
ความสุข คือทุกข์ที่เราพอใจ ความทุกข์ก็คือสิ่งที่เราไม่พอใจ
ทั้งสุขและทุกข์ก็อยู่ที่ใจ ถ้าใจเราไม่ยินดี ยินร้าย สุขทุกข์จะมาจากไหน


ขุมทรัพย์แห่งความสุข

เงิน……….ไม่สำคัญเสมอไป
เงินซื้อ……เตียงนอนได้….แต่ซื้อการนอนหลับที่เป็นสุข…….ไม่ได้
เงินซื้อ……กระดาษปากกาได้….แต่ซื้อความเป็นกวี………..ไม่ได้
เงินซื้อ……อาหารดีๆ ได้…แต่ซื้อความอยากรับประทาน……..ไม่ได้
เงินซื้อ……ความประจบสอพลอได้….แต่ซื้อความจริงใจ………ไม่ได้
เงินซื้อ……เพชรนิลจินดาได้……. แต่ซื้อความงาม………ไม่ได้
เงินซื้อ……ความสนุกชั่วครู่ได้…..แต่ซื้อความสุข………..ไม่ได้
บางสิ่งเงินซื้อได้…….บางสิ่งเงินก็ซื้อไม่ได้ เช่น ความรัก ความอบอุ่น ความหวังดี ความซื้อสัตย์ ความจริงใจ

โรคทางใจ………ที่ควรระวัง

ไม่เข้าใจ…..ตามใจ…..ไม่ใส่ใจ………ชะล่าใจ…….เผลอใจ
ล่อใจ…….ไม่มีจิตใจ……….จำใจ……..เจ็บใจ….. ติดใจ

ความสำเร็จของคน

เป็นเรื่องของการ………เสาะหา……..ไม่ใช่……เกิดมาเป็น
เป็นเรื่องของการ………ต่อสู้………..ไม่ใช่นั่งดูดวง
เป็นเรื่องของการ………เชียวชาญ….ไม่ใช่โชคช่วย
เป็นเรื่องของการ………ฝึกฝน………ไม่ใช่บุญหล่นทับ
เป็นเรื่องของความสามารถ…………..ไม่ใช่วาสนา
เป็นเรื่องของพรแสวง………………..ไม่ใช่พรสวรรค์

คำตอบทุกปัญหาชีวิต อยู่ในความเงียบสงบ
อุปสรรคคือ ชีวิตของนักสู้อย่างแท้จริง
ชีวิตยิ่งประสบทุกข์เท่าใดก็ยิ่งได้รสชาติของชีวิตมากเท่านั้น
อุปสรรคเป็นยาขมขื่น ถ้าท่านไม่กลืน ไข้จะหายรึ!
ยินดีในสิ่งที่ตนได้ พอใจในสิ่งที่ตนมี นั้นแหละเป็นคนโชคดีที่สุด
คำพูดที่มีประโยชน์คำเดียว..ที่คนฟังแล้วใจสงบได้ย่อมดีกว่าคำพูดเหลวไหลไร้ประโยชน์ตั้งพันคำ
คำเยินยอคือ น้ำผึ้งเจือยาพิษ คำสรรเสริญเยินยอน่ากลัวกว่าคำด่า

ฮวงจุ้ยดี…สู้ ?จิตใจดี? ไม่ได้…..
คุณธรรม…ความดี…..ไม่ได้อยู่ที่คำพูด……แต่อยู่ที่… ?จิตใจและการกระทำ?
จงพยายามควบคุม ?ความโกรธ? ให้ได้ มิฉะนั้น..ความโกรธ..จะเข้าควบคุมคุณ
ความสำเร็จ……ที่ไร้ซึ่งคุณธรรมคือ ?ความล้มเหลว? ที่แท้จริง
อย่าทำ…..ความชั่ว…เพระผิดศีลนิดเดียว
อย่าละเว้นการกระทำ ?ความดี? เพราะคิดว่า ได้บุญกุศล…แค่นิดเดียว
รู้เหตุผล…ไม่อับจน…รู้กาลไม่ถูกด่า รู้ประหยัด……ไม่ขัดสน
โกรธ….ทำลายตับ คิดมาก…ทำลายม้าม กังวล…ทำลายปอด กลัว…ทำลายไต
ความโกรธ ?เพียงชั่ววูบ? อาจทำความเสียใจไปทั้งชีวิต
คนเราถ้า ?ทำความดี? แม้บุญยังไม่มาถึง…แต่…เคราะห์ภัยก็เตลิดหนีไปไกลแล้ว
มีเกินใช้ได้เกินเสีย เท่ากับ ?รวย? เสียเกินได้ ให้เกินมี เท่ากับ ?จน?
ทุกๆปัญหา มีปัญญาเป็นยาแก้ ปัญญาก็มาจากปัญหานั่นแหละ
หยก…..ถ้าไม่เจียรนัยก็ไม่ล้ำค่า ชีวิต…ถ้าหมดความดี ก็หมดความหมาย…
จงใช้ชีวิต…ให้คุ้มค่า…สมกับที่ได้เกิดมา….ด้วยการสร้าง ?ความดี?
จงยอมรับว่า…..ความเจ็บปวดและความผิดหวัง…..คือส่วนหนึ่งของชีวิต
?ความอดทน? เป็นสิ่งขมขื่น แต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ
จงพอใจในสิ่งที่ตนมี…..ยินดีในสิ่งที่ตนได้ และยอมรับ…ในสิ่งที่ศูนย์เสียไป
มองโลก….ในแง่ดี ?แก้ปัญหาได้? มองโลกในแง่ร้าย ยิ่งแก้ยิ่ง ?กลุ้ม?
เมื่อใจเหงา…..กายเหงา เมื่อใจเศร้า…..กายเศร้า เมื่อใจทุกข์….กายทุกข์ ทำใจให้สุขดีกว่า ชีวิตจะได้ไม่เหงา ไม่เศร้า
สิ่งดีๆ ในชีวิต เริ่มจากการ ?คิดดี ทำดี? ทั้งสิ้น

เรียนรู้ระดับสูงมามาก ใช่จะมีปัญญามาก มองโลก…ให้ลึกซึ้ง? ปัญญา..จึงบังเกิด

?คนฟุ่มเฟือย? แม้จะร่ำรวยก็มักขัดสน
?คนประหยัด? แม้จะยากจนก็มักมีเหลื่อเก็บ
คนดี…..ชื่อหอมร้อยชาติ คนเลว…ฉาวโฉ่หมื่นปี

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้